Skip to Content

ไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่! วิธีใช้ OEE ขุดศักยภาพเครื่องจักรเดิม เพิ่มผลผลิต 2 เท่า

เรียนรู้วิธีเปลี่ยนความสูญเสียให้เป็นกำไร ตั้งแต่การลดเวลาคอขวดไปจนถึงการปรับปรุงสมรรถนะเครื่องจักรเก่าให้กลับมาทำงานเต็มสูบเหมือนใหม่
23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 โดย
ไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่! วิธีใช้ OEE ขุดศักยภาพเครื่องจักรเดิม เพิ่มผลผลิต 2 เท่า
IO Tech, sivakorn Meteesothon

ในยุคที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น การทุ่มเงินซื้อเครื่องจักรใหม่ตัวละหลายล้านอาจไม่ใช่คำตอบแรกเสมอไป หลายบริษัทมองข้ามความจริงที่ว่า "เครื่องจักรตัวเดิมที่คุณมี อาจทำงานได้ไม่ถึงครึ่งของศักยภาพที่แท้จริง"

เครื่องมือที่จะช่วยเผยความจริงนี้คือ OEE (Overall Equipment Effectiveness) หรือประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดระดับสากลที่จะเปลี่ยน "การคาดเดา" ให้เป็น "ข้อมูลตัวเลข" เพื่อดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ (Hidden Capacity) ออกมาใช้ให้ถึงขีดสุด

OEE คืออะไร? ทำไมโรงงานยุคใหม่ต้องใช้

OEE ไม่ได้บอกแค่ว่าเครื่องจักรทำงานอยู่หรือไม่ แต่มันคือการวัด "ความสูญเสีย" ใน 3 มิติหลัก เพื่อให้เราเห็นภาพรวมว่าเครื่องจักรทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเพียงใด โดยสูตรคำนวณคือ:

OEE = Availability \times Performance \times Quality

1. Availability (ความพร้อมของเครื่องจักร)

วัดว่าเครื่องจักรทำงานจริงเทียบกับเวลาที่วางแผนไว้เท่าไหร่ โดยหักลบเวลาที่เครื่องหยุด (Down Time) ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสีย หรือการรอคอยวัตถุดิบ

2. Performance (สมรรถนะการทำงาน)

วัดความเร็วในการเดินเครื่องจริงเทียบกับความเร็วออกแบบ (Design Speed) หากเครื่องเดินช้าลงเพราะความเก่าหรือการตั้งค่าที่ไม่เหมาะสม ตัวเลขนี้จะลดลง

3. Quality (คุณภาพของชิ้นงาน)

วัดอัตราส่วนชิ้นงานที่ดีเทียบกับจำนวนชิ้นงานทั้งหมดที่ผลิตได้ (Yield) ชิ้นงานเสียหรือการนำมาแก้ใหม่ (Rework) คือความสูญเสียที่ซ่อนอยู่


ค้นหาศักยภาพที่หายไปผ่าน "Six Big Losses"

การใช้ OEE จะช่วยให้คุณระบุ Six Big Losses หรือความสูญเสียหลัก 6 ประการที่กัดกินขีดความสามารถของเครื่องจักรเดิมของคุณ:

มิติของ OEEความสูญเสียหลัก (Six Big Losses)สาเหตุที่พบบ่อย
Availability1. Equipment Failureเครื่องจักรเสียกะทันหัน, Breakdown


2. Setup and Adjustmentsการเปลี่ยนรุ่นสินค้า (Changeover) ที่ใช้เวลานาน
Performance3. Idling and Minor Stoppagesเครื่องหยุดชะงักเล็กน้อย, เซนเซอร์สกปรก


4. Reduced Speedการเดินเครื่องช้ากว่ามาตรฐานเพื่อถนอมเครื่อง
Quality5. Process Defectsชิ้นงานเสียระหว่างการผลิตปกติ


6. Reduced Yieldของเสียที่เกิดในช่วงเริ่มเดินเครื่อง (Startup)

3 ขั้นตอนดึง "Hidden Capacity" ออกมาใช้โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่

3 ขั้นตอนดึง "Hidden Capacity" ออกมาใช้โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่

หากคุณต้องการเพิ่มผลผลิตจากเครื่องเดิม ให้เริ่มทำตาม Roadmap นี้:

1. เก็บข้อมูลให้เรียลไทม์และแม่นยำ

เลิกใช้การจดบันทึกด้วยกระดาษที่มักมีความคลาดเคลื่อน การใช้ระบบ IoT (Internet of Things) เชื่อมต่อกับ PLC ของเครื่องจักรจะทำให้คุณเห็นค่า OEE แบบเรียลไทม์ และรู้ทันทีว่าความสูญเสียเกิดขึ้นที่จุดไหน

2. วิเคราะห์คอขวด (Bottleneck Analysis)

โฟกัสการปรับปรุงไปที่เครื่องจักรที่เป็น "คอขวด" ของสายการผลิต การเพิ่มค่า OEE ให้เครื่องจักรที่ไม่ใช่คอขวดอาจไม่ช่วยให้ยอดผลิตรวมเพิ่มขึ้น แต่การดึงศักยภาพจากเครื่องที่เป็นคอขวดเพียง 5% อาจหมายถึงกำไรที่มหาศาล

3. ทำ SMED เพื่อลดเวลา Setup

หากผลการวัด OEE ชี้ว่าคุณเสียเวลาไปกับ Availability ต่ำเนื่องจากการเปลี่ยนรุ่นสินค้า การนำเทคนิค SMED (Single-Minute Exchange of Die) มาใช้จะช่วยเปลี่ยนเวลา Setup จากหลักชั่วโมงให้เหลือหลักนาที ซึ่งเท่ากับการเพิ่มเวลาเดินเครื่องฟรีๆ โดยไม่ต้องลงทุนเครื่องจักรใหม่


สรุป: OEE คือเข็มทิศของการลงทุน

การซื้อเครื่องจักรใหม่คือการเพิ่ม Fixed Cost แต่การใช้ OEE ปรับปรุงเครื่องเดิมคือการเพิ่ม Efficiency ก่อนจะตัดสินใจขยายโรงงาน ลองย้อนกลับมาดูว่าค่า OEE ของคุณอยู่ที่เท่าไหร่ (ค่าเฉลี่ยระดับโลกหรือ World Class อยู่ที่ 85%+) หากคุณยังอยู่ที่ 50-60% นั่นหมายความว่าคุณมี "โรงงานอีกครึ่งแห่ง" ซ่อนอยู่ในเครื่องจักรเดิมที่คุณมีอยู่แล้ว

คุณต้องการให้ผมช่วยจัดทำตาราง Check-list สำหรับการประเมิน Six Big Losses ในโรงงานของคุณเพื่อเริ่มคำนวณค่า OEE เบื้องต้นไหมครับ?